” เห็ดหลินจือ ต้านมะเร็ง ” ได้จริงหรือ? รู้ครบ 15 ข้อ สบายไปอีก 15 ปี

reishimushroomelite-unnamed
reishimushroomelite-เห็ดหลินจือ

” เห็ดหลินจือ ต้านมะเร็ง ” ได้จริงหรือ? รู้ครบ 15 ข้อ สบายไปอีก 15 ปี

” เห็ดหลินจือ ต้านมะเร็ง ” ได้จริงหรือ? รู้ครบ 15 ข้อ สบายไปอีก 15 ปี

เห็ดหลินจือ ราชาสมุนไพรต้านมะเร็ง 15 คำถามคาใจ มันช่วยได้จริงเหรอ ??? เราหลายคนคงได้ยินชื่อของเห็ดชนิดนี้มาหลายครั้ง และได้รับรู้ว่ามันมีประโยชน์มากมายมหาศาล แต่จากคำบอกเล่าเหล่านั้น คุณอาจได้รับรู้บางสิ่งที่ผิดออกไป

ทั้งประโยชน์ และวิธีการทาน หรือการหาซื้อเห็ดหลินจืออย่างเหมาะสม เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนมาความ รู้จักเห็ดหลินจืออย่างละเอียด เพื่อให้ได้ประโยชน์กับสุขภาพ มากที่สุด

เห็ดหลินจือ คือ

1.เห็ดหลินจือ คืออะไร ?

เห็ดหลินจือ คืออะไร เห็ดหลินจือ หรือ หลิงชิง เป็นชื่อเรียกในประเทศจีน ซึ่งแปลเป็นไทยว่า สุดยอดแห่งต้นไม้วิเศษ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum อยู่ในวงศ์ Basidiomycota ส่วนชื่อสามัญ คือ Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom

เป็นเห็ดกระด้างที่มีลักษณะคล้ายเนื้อไม้ พบได้ทั่วไปตามท่อนไม้ผุที่มีความชื้นสูง ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถสร้างอาหารจากการสังเคราะห์แสงได้ แต่ใช้วิธีสร้างเอนไซม์ย่อยสลายเนื้อไม้เพื่อนำมาเป็นอาหารแทน

เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคภัยต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะที่เด่นที่สุดคือ การต่อสู้กับโรคมะเร็งเสริมภูมิต้านทานช่วยบำรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

เห็ดหลินจือ มีลักษณะอย่างไร

2. เห็ดหลินจือ มีลักษณะอย่างไร ?

เห็ดหลินจือมีลักษณะเฉพาะ ที่ไม่เหมือนเห็ดอื่นๆ ได้แก่

– เส้นใย ของเห็ดหลินจือ เป็นสีขาวละเอียด และมีขนาดเล็ก มีจำนวนมากเรียงตัวกันหนาแน่น เมื่ออยู่ในช่วงที่โตเต็มที่จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ ยื่นออกไป เพื่อกลายไปเป็นดอกเห็ดในอนาคต

– ดอกเห็ด ของเห็ดหลินจือ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ ดอกเดี่ยว และดอกกลุ่ม มีส่วนประกอบของหมวก และก้าน หมวกจะมีลักษณะกลม หรือบางครั้งจะแผ่ออกคล้ายพัด ดอกอ่อนมีสีขาว ดอกแก่มีลักษณะงุ้มลงบริเวณหมวกดอก มีสีน้ำตาล หรือน้ำตาลอมแดง เนื้อเห็ดมีลักษณะแข็งเป็นสีขาว ผิวมันเป็นเงา บริเวณด้านล่างคล้ายฟองน้ำมีรูเล็กเป็นจำนวนมาก ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์แสงเองไม่ได้

– สปอร์ ของเห็ดหลินจือ อยูบริเวณใต้หมวกของดอกภายในรูเล็กๆ อาศัยเพศในการขยายพันธุ์ สปอร์มีลักษณะรี สีน้ำตาล แต่หากว่าไม่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ทำโดยการหักเส้นใยแล้วบริเวณที่ถูกหักจะเติบโตเป็นเห็ดดอกใหม่

– ก้านดอก ของเห็ดหลินจือ มีขนาดสั้น บางดอกไม่มีก้านเลย มีหน้าที่ช่วยลำเลียงสารอาหาร และพยุงหมวกดอก มีสีน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลดำ

– ฐานดอก ของเห็ดหลินจือ มีลักษณะแผ่เล็กน้อย เป็นจุดที่รวมเส้นใย

เห็ดหลินจือ ต้นกำเนิด จีน

3. เห็ดหลินจือ ความเชื่อ ต้นกำเนิด จากเมืองจีน ???

เห็ดหลินจือ ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรจากแผ่นดินจีน เป็นยาจีนชั้นสูงมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่นิยมนำมาทานเพื่อบำรุงร่างกายมากที่สุดคือ เห็ดหลินจือแดง ในประเทศจีนถูกใช้เป็นยามากว่า 2,000 ปีแล้ว

เพื่อนำมารักษาโรคตับ, ตับอักเสบเรื้อรัง, ความดันโลหิตสูง, ไตอักเสบ, โรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง, ข้ออักเสบ, โรคหืด, หลอดลมอักเสบ, โรคนอนไม่หลับ และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ในเอกสารของจีนโบราณชื่อ เบน เกา คาง มู้ (Ben Cao Gang Mu ค.ศ. 1578)

กล่าวถึงการนำเห็ดหลินจือไปปรุงเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย ทำให้เห็ดหลินจือ ถูกเรียกโดยอีกชื่อหนึ่งว่า สมุนไพรจักรพรรดิ ถูกยกย่องว่าเป็นยอดเห็ด เป็นสุดยอดแห่งสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกในคัมภีร์ “เสินหนงเปินเฉ่า”

ในเห็ดหลินจือ มีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด และมีสาระสำคัญอย่าง พอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งเป็นสารสำคัญในการช่วยยับยั้ง และรักษาอาการต่างๆ เห็ดหลินจือ มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีสารพอลิแซ็กคาไรด์มากน้อยแตกต่างกันไป

เห็ดหลินจือ ประโยชน์

4. เห็ดหลินจือ มีสารอะไรบ้างที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ?

โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีมากกว่า 200 ชนิด ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยให้ร่างกายเพิ่มความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงไต

เจอร์มาเนียม (Germanium) สารตัวนี้จะพบมากในดอก และราก ช่วยต่อต้านมะเร็ง บำรุงร่างกาย ขจัดสารพิษ ต่อต้านมะเร็ง เพิ่มออกซิเจนในเลือด ช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานดีมากขึ้น กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย พบมากในดอกและราก

ไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids ) สารตัวนี้มีหลายชนิดเช่น กรดกาโนเดอริค และกรดลูซิเดนิก ซึ่งทั้งหมดพบในเห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงร่างกาย และเด่นในเรื่องฟื้นฟูตับเป็นพิเศษ จึงมีการนำมาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ตับแข็ง ตับอักเสบ

นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ช่วยในการทำงานระบบทางเดินเลือด และหัวใจ ไม่ให้เกิดการอุดตัน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด

เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol) ช่วยให้กระดูก และฟันแข็งแรง

เห็ดหลินจือ สรรพคุณเด่น

5. เห็ดหลินจือ สรรพคุณเด่น กับงานวิจัยทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง

เห็ดหลินจือ ถูกใช้เป็นยามานานมาก จนในที่สุดก็มีองค์กรทางการแพทย์มากมายนำมาวิจัยเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ทำให้พบว่าในเห็ดหลินจือนั้นมีสาระสำคัญมากมายหลายอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

จุดเด่นที่สุดคือเห็นหลินจือมีสารสารพอลิแซ็กคาไรด์ที่ช่วยต้านมะเร็งอย่างเห็นผลโดยไม่มีผลข้างเคียง สารพอลิแซ็กคาไรด์ที่พบในเห็ดหลินจือ ได้ถูกวิจับพยว่าเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทยอย่างมาก สามารถนำมาเพราะปลูกได้จนเกิดเป็นอาชีพขึ้นมากมาย และเกิดเป็นโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

เห็ดหลินจือ ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

6. เห็ดหลินจือ ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เกิดขึ้นจากสายพระเนตรอันยาวไกลของในหลวง ที่ได้รับรู้ว่าเห็ดหลินจือมีประโยชน์อันมหาศาล แต่ว่ามีราคาแพงเพราะต้องสั่งจากประเทศจีน จึงได้ก่อตั้งการเพราะปลูกขึ้นในปี พ.ศ. 2531

เป็นการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ 2 สายพันธุ์ สายพันธุ์ G2 (Ganoderma Lucidum 2) และสายพันธุ์ G9 จากนั้นได้มีการนำมาแปรรูป เช่น เห็ดหลินจือสกัดบรรจุแคปซูล, น้ำเห็ดหลินจือ , เห็ดหลินจือชนิดผงสามารถชงดื่มกับน้ำได้ , เม็ดอมเห็ดหลินจือ และอีกมากมาย และมีการตอบรับจากภาคประชาชนที่ดีมาก

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

7. ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

– บำรุงร่างกายเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันทำให้แข็งแรงทำให้อายุยืนยาว ชะลอแก่ ชะลอวัย
– บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง
– บำรุงสายตา และช่วยรักษาอาการทางสายตาเบื้องต้น
– บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ป้องกันโรคหัวใจอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต
– ช่วยการทำงานของระบบการไหลเวียนของเลือด รักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ลดความดันโลหิตปรับความดันโลหิตให้สมดุล
– มีส่วนช่วยในการจำ เพราะว่าผ่อนคลายระบบประสาท และกล้ามเนื้อ รักษาโรคประสาท
– รักษาสมดุล และช่วยเพิ่มในการใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ
– กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
– ช่วยแก้พิษจากการรักษาทางการแพทย์โดยการใช้รังสี เช่น การทำคีโม หรืออาการท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี
– ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
– ช่วยลดไขมันในเลือด
– ช่วยรักษาโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาท
– ควบคุมอาการเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด
– ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหอบหืด
– บำรุงตับและรักษาโรคตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ
– บำรุงไต
– รักษาโรคลมบ้าหมู
– แก้อาการอาหารเป็นพิษ
– ช่วยแก้อาการหูอื้อเมื่อขึ้นที่สูง
– แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
– รักษาโรคเกาต์
– ยับยั้ง ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัดโรคลูปัส อีริทีมาโตซัสทั่วร่าง
– รักษาโรคที่เกิดจากร่างกายขาดออกซิเจน เส้นเลือดหัวใจตีบ ถุงลมโป่งพอง
– ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ
– รักษาโรคริดสีดวงทวาร
– ขับปัสสาวะ
– รักษาแผลในลำไส้ และกระเพาะอาหาร
– บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
– ป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ

เห็ดหลินจือ ข้อแนะนำในการรับประทาน

8. เห็ดหลินจือ ข้อแนะนำในการรับประทาน

การทานเห็ดหลินจือ ควรทานในขณะท้องว่าง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ หรือจะทานควบคู่กับวิตามินซีเพื่อช่วยเพิ่มคุณสมบัติของเห็ดหลินจือก็ได้เช่นกัน ส่วนใหญ่นิยมทานในรูปแบบผง หรือแคปซูล ที่ถูกสกัดมาแล้วเพราะว่าร่างกายสามารถดูดสารต่างๆ ในเห็ดหลินจือได้ง่าย และรวดเร็ว

ผู้ที่ไม่ควรทานคือ ผู้ที่กินยากดภูมิต้านทาน , ผู้ป่วยโรค SLE และคนที่ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ

เห็ดหลินจือ เหมาะกับผู้สูงอายุมากที่สุด ในการรับประทานทานครั้งแรกางคนร่างกายอาจต้องการการปรับตัว ซึ่งอาจะทำให้เกิดอาการ มึนหัว และปวดตัว นั่นเพราะว่าพิษต่างๆ กำลังถูกขับออกจากร่างกาย

– ในส่วนของคนที่เป็นโรคเบาหวานอาจจะเกิดการขับปัสสาวะบ่อย
– ผู้ที่ที่เป็นโรคเกาต์อาจมีอาการเจ็บปวดมากขึ้น
– ผู้ที่เป็นโรคไตอาจปวดเมื่อยตามข้อ

*** ซึ่งการทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ร่างกายกำลังปรับสมดุล และกำลังฟื้นตัว

เห็ดหลินจือ ผลิตภัณฑ์แปรรูป

9. เห็ดหลินจือ ผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น

เห็ดหลินจือ สามารถนำมาทานได้หลายแบบ เช่น การต้มแบบโบราณแต่จะเสียเวลาในขั้นตอนการทำ , การนำมาบดเป็นผงบรรจุแคปซูล แต่อาจมีเชื้อราปนเปื้อนเนื่องจากไม่ผ่านฆ่าเชื้อ และร่างกายดูดซึมได้ยาก , สารสกัดเป็นแคปซูลที่ได้มาตรฐานการผลิตร่างกายดูดซึมได้ไวจึงนิยมมากที่สุด

1. เห็ดหลินจืออบแห้ง โดยส่วนมากแล้วจะมากันเป็นดอกๆ เลยทีเดียว หรือในบางครั้งจะมาเป็นผง ซึ่งเราสามารถนำมาชงน้ำดื่มได้เลย
2. เห็ดหลินจือสกัด ที่มีส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายเช่น ชา น้ำเห็ดหลินจือ หรือแบบที่สกัดมาเป็นแคปซูลแบบเฉพาะ

การเลือกซื้อเห็ดหลินจือ

10. การเลือกซื้อเห็ดหลินจือ

การเลือกซื้อเห็ดหลินจือ นั้น ในท้องตลาดตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ผู้ขายหลายเจ้า ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีคุณภาพแตกต่างกันไป ในวิธีเลือกซื้อนั้น เราควรเลือกที่บรรจุภัณฑ์ เพราะเราไม่สามารถตรวจดูได้ถึงการเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพ ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้เป็นอย่างดี เพราะว่าเห็ดหลินจือจะขึ้นราง่าย ไวต่อความชื้นอย่างมาก

เห็ดหลินจือ วิธีรับประทาน

11. เห็ดหลินจือ วิธีรับประทานแบบทำเองได้ที่บ้าน

1. นำดอกเห็ดหลินจือมาฝานบาง ๆ ประมาณสัก 2-3 ชิ้น

2. ต้มในน้ำสะอาดจนเดือดนานประมาณ 10-15 นาที

3. สามารถใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา

มีฤทธิ์ช่วยให้คืนความสดชื่น เสริมภูมิต้านทานต่างๆ ควรดื่มตอนท้องว่างจะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด หรือทานตอนเช้า หรือก่อนเข้านอนก็ได้เช่นกัน

เห็ดหลินจือ มีผลข้างเคียงไหม

12. เห็ดหลินจือ มีผลข้างเคียงไหม ?

ถึงแม้ว่าในงานวิจัยจะไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการรับประทานทานเห็ดหลินจือ แต่ว่าในผู้ป่วยที่ต้องทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการทานเห็ดหลินจือ เพราะว่าในเห็ดหลินจือนั้นจะมีสารกำมะถันทองแดง และสเตียรอยด์แบบธรรมชาติ

จึงอาจทำให้บางรายเกิดผลข้างเคียงเช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือในบางรายอาจมีอาการแพ้เห็ดทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น คอแห้ง ปากแห้ง เลือดกำเดาไหล ปวดท้อง ปวดหัว หากพบอาการเช่นนี้ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ ผู้ที่ไม่ควรทาน

13. เห็ดหลินจือ ผู้ที่ไม่ควรทาน !

1. สตรีมีครรภ์ และแม่ที่ให้นมบุตร ถึงแม้จะมีการวิจัยมากมาย และยังไม่พบผลร้ายใดๆ ต่อร่างกาย แต่ยังไม่มีงานวิจัยไหนยืนยันได้ว่าจะมีผลต่อ สตรีมีครรภ์ และแม่ที่ให้นมบุตร หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจึงควรเลี่ยงช่วงนี้ไปก่อน

2. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือเกล็ดเลือดต่ำ เพราะเห็ดหลินจือจะช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้นส่งผลมีเลือดออกได้ง่ายกับร่างกายของผู้ป่วยที่ทานเห็ดหลินจือมากจนเกินไป

3. ผู้ป่วยที่กำลังจะผ่าตัด ควรพักผ่อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะร่างกายในช่วยพักฟื้นอาจส่งผลให้เลือดออกได้ง่าย

4. ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง เช่น โรคลูปัส , เอสแอลอี , แพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง เพราะเมื่อทานเข้าไปจะ ทำภูมิคุ้มกันเหล่านี้แข็งแรงมากขึ้น และจะยิ่งส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติมากขึ้น

5. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน เพราะฤทธิ์ของเห็ดหลินจือจะไปล้าง และขัดขวางฤทธิ์ของยากดภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์มากมายจากเห็ดหลินจือ ถ้าเราทานให้เป็น และรับรู้ถึงรายละเอียดของมัน เพียงเท่านี้ก็สามารถทานได้อย่างสบายใจหายห่วง และเสริมสร้างร่างกาย ป้องกันโรคภัยได้มากมาย นี่คือพรที่ดีที่สุดเพราะการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ

คุณค่าทางอาหารเห็ดหลินจือ

14.คุณค่าทางอาหารเห็ดหลินจือ

1. เปอร์เซ็นต์ที่ตรวจพบใน 100 กรัม

– น้ำ (Water content) 6.9 %
– โปรตีน (Protein) 26.4%
– ไขมัน (Fat) 4.5 %
– เส้นใย (Fiber) 0.1 %
– เถ้า (Ash) 19.0 %
– คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) 43.1 %
– โพลีแชคคาไรด์ (Polysacharide) 11.4 %

2. ปริมาณที่ตรวจพบใน 100 กรัม

– แคลเซียม 832 มก.
– ฟอสฟอรัส 1,030 มก.
– เหล็ก 82.6 มก.
– แมกนีเซียม 1,030 มก.
– โซเดียม 375 มก.
– โปรแตสเซียม 3,590 มก.
– วิตามิน บี 1 3.49 มก.
– วิตามิน บี 2 17.1 มก.
– วิตามินบี 6 0.71 มก.
– โคลีน 1,150 มก.
– ไนอาซิน 61.9 มก.
– อินโนซิตอล 307.0 มก.

ชนิดเห็ดหลินจือ

15.ชนิดเห็ดหลินจือ แยกตามสีดอก

ดอกสีเขียว (ชิงจือ) มีรสขมเล็กน้อย พบบริเวณพื้นที่อากาศหนาว ใช้ป้องกัน และรักษาโรคหัวใจ
ดอกสีแดง (ฉื้อจือ/ต้นจืน) มีรสขม ใช้บำรุงบำรุงหัวใจ ใช้ป้องกัน และรักษาโรคระบบประสาท และสมอง โรคเบาหวาน ลดอาการภูมิแพ้ และลดอาการแน่นหน้าอก
ดอกสีเหลือง (หวงจือ/จีนจือ) มีรสหวานจืด ใช้บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท และบำรุงระบบขับถ่าย
ดอกสีขาว (ไป่จือ/วีจือ) มีกลิ่นฉุน ขมเล็กน้อย ใช้รักษาโรคระบบทางเดินหายใจ
ดอกสีดำ (เฮจือ/เสียนจือ) มีรสเค็มเล็กน้อย ไม่มีรสขม ใช้บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ไต และช่วยขับปัสสาวะ
ดอกสีม่วง (จื่อจือ) มีรสขมเล็กน้อย ใช้รักษาโรคระบบข้อ กระดูก และกล้ามเนื้อที่มีการอักเสบ

อ้างอิง
นพมาศ สุนทรเจริญนนท์. (2556). เห็ดหลินจือ จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์.
สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2561,
จาก www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/researchknowledge/article/19/เห็ด
หลินจือจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์
นิวัฒน์ ศิตวัฒน์, และ คณะ. (2060). เห็ดหลินจือสรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดหลินจือแดง 40.
สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2561, จาก medthai.com/เห็ดหลินจือ/
วิชาญ เอียดทอง. (2546,สิงหาคม). เห็ดหลินจือ: ยาอายุวัฒนะของชาวจีนและญี่ปุ่น.
แอดวานซ์ ไทยแลนด์ จีโอกราฟฟิค. 9(66) : 60-62. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2561,
สมยศ กิตติมั่นคง. (2560, มีนาคม-เมษายน). เห็ดหลินจือมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้จริงหรือ.
กรมการแพทย์. 42(2): 22-23. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2561,
Puechkaset. (2560). เห็ดหลินจือ และการเพาะเห็ดหลินจือ. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2561,
จาก puechkaset.com/เห็ดหลินจือ/

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Share on Twitter
Share on linkedin
Share on Linkdin
Share on pinterest
Share on Pinterest
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่นๆ

Scroll to Top