เห็ดหลินจือสรรพคุณไต

เห็ดหลินจือกับสรรพคุณช่วยรักษาโรคไต | ผู้ป่วยโรคไต ต้องรู้

เห็ดหลินจือกับสรรพคุณช่วยรักษาโรคไต ผู้ป่วยโรคไต ต้องรู้ เห็ดหลินจือกับสรรพคุณช่วยรักษาโรคไต เห็ดหลินจือ ราชันแห่งสมุนไพร ที่ไม่มีใครไม่รู้จักเพราะเป็นเห็ดที่มีชื่อเสียงล่ำลืออันกว้างไกล เพราะไม่ว่าจะโรคไหนๆเห็ดหลินจือก็สามารถรักษาได้ ซึ่งหนึ่งในโรคที่เห็ดหลินจือสามารถรักษาได้อีกโรคือ โรคไต โรคที่ผู้คนเป็นมากขึ้นในทุกๆปี

เห็ดหลินจือเป็นเห็ดที่มีบทบาทสำคัญกับทุกโรค แต่ละโรคนั้นจะต้องมีวิธีใช้ที่ถูกต้องและมีปริมาณการใช้ที่เหมาะสมจึงจะสามารถรักษาได้อย่างเห็นผล โรงพยาบาลจุฬาก็ได้มีการนำเห็ดหลินจือมาใช้กับผู้ป่วยโรคไตเช่นกัน ซึ่งเป็นการนำมาใช้ร่วมกันกับยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้ป่วยโรคไตได้ทานเห็ดหลินจือแล้วทำให้ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยโรคไตที่รับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว นอกจากนี้ เห็ดหลินจือยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไตเสื่อมและไตวายได้ อีกด้วย

เห็ดหลินจือกับสรรพคุณช่วยรักษาโรคไต

การทดสอบ เห็ดหลินจือกับสรรพคุณช่วยรักษาโรคไต

โรงพยาบาลจุฬาได้มีการนำเห็ดหลินจือมาทำการทดสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยกลุ่มแพทย์ ศ.ดร.พญ.นริสา ฟูตระกูล แห่งภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการนำเห็ดหลินจือที่ผ่านการแปรรูปให้เป็นแคปซูลมาใช้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มไม่สามารถทำการเคมีบำบัดได้อีก

ซึ่ง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีลักษณะตัวบวม กระเพาะปัสสาวะมีภาวะไข่ขาวรั่วมาก ระบบการไหลเวียนเลือดไม่สมบูรณ์ มีสารพิษเกิดขึ้นในร่างกายจนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้เกิดไตวายในที่สุด ซึ่งทีมวิจัยก็ได้เริ่มต้นด้วยการให้ผู้ป่วยทานเห็ดหลินจือในรูปแบบของสารสกัด

โดยการทานวันละ 750-1000 มิลลิกรัม เป็นเวลาติดต่อกันนาน 1 ปี ผู้ป่วยบางคนที่ทานเห็ดหลินจือสกัดนี้มีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง แต่ก็ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่อันตรายเท่าไหร่ แต่เมื่อทีมวิจัยได้ทำการตรวจวัดผลเลือดทำให้พบว่า มีค่าครีเอตินิน หรือของเสียที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อลดน้อยลง ทำให้เห็นว่าไตมีการฟื้นฟูตัวดีขึ้นภายนอกของร่างกายก็ดีดีขึ้นด้วย

นอกจาก โรงพยาบาลจุฬาจะทำการทดลองใช้กับผู้ป่วยโรคไต แล้ว โรงพยาบาลมหิดลก็ให้ความสนใจกับการนำเห็ดหลินจือมาใช้ในผู้ป่วยโรคไตด้วยเช่นกัน ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่ต่างจากโรงพยาบาลจุฬา คือไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง และยังสามารถเพิ่มปริมาณได้ตามความเหมาะสม ที่สำคัญไม่พบความขัดแย้งของสารในเห็ดหลินจือกับยาแผนปัจจุบันจึงสามารถใช้ร่วมกันได้ตามปกติ

เห็ดหลินจือรักษาโรคไตได้อย่างไร

เห็ดหลินจือรักษาโรคไตได้อย่างไร

ไตอักเสบจะมีแผลเป็นที่ไต เมื่อไม่รักษาหรือปล่อยไว้นานๆ จะทำให้ไตหดรัดตัวและทำให้ไตเล็กลง อีกทั้งยังรัดเส้นเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่ได้ จนเกิดภาวะไตขาดเลือดจนไตหยุดทำงานนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดไตวาย

โรคไตวายมี 2 แบบคือ

1. ไตวายแบบเฉียบพลัน คือไวตายแบบชั่วคราวสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้

2. ไตวายแบบเรื้อรัง คือไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีกเนื่องจากไตเสียอย่างถาวร

โรคไตวายเรื้อรังไม่ได้มีสาเหตุมาจากสาเหตุเดียวแต่มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ เบาหวาน ที่เป็นมานานกว่า 15 ปี เป็นโรคความดันโลหิตสูงนานๆ โรคไตอักเสบเรื้อรัง โรคนิ่วก็เป็นสาเหตุของโรคไตเรื้อรังเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไวตายเรื้อรังนั้นมีหลายสาเหตุ ซึ่งบางสาเหตุเราก็สามารถป้องกันได้ เช่น รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ลดการกินอาหารเค็ม ลดอาหารโปรตีน ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ก็สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรังได้ระดับต้นๆุ

เห็ดหลินจือรักษาโรคไต

เห็ดหลินจือสามารถรักษาโรคไตวาย ไตอักเสบได้ดังนี้

1. เห็ดหลินจือจะช่วยเข้าไปละลายใยแผลเป็น ในไตให้อ่อนตัวลง ทำให้ไม่ไปรัดเส้นเลือดที่จะไปเลี้ยงไต จึงทำให้ไตสามารถทำงานได้ดีขึ้น

2. เห็ดหลินจือมีสารนิวคลีโอไชด์ ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยเข้าไปละลายลิ่มเลือด เพื่อไม่ให้เลือดเกาะตัวจนเกิดการอุดตันเส้นเลือด ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. เห็ดหลินจือสามารถต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ได้เนื่องจากมีสาร แอนติออกซิเดนต์

4. โปรตีน Lz-8 ที่อยู่ในเห็ดหลินจือ จะช่วยปรับให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้เห็ดหลินจือยังมีสารเยอร์มาเนียมและสารโพลีแซคคาร์ไรด์ ที่จะช่วยเข้าไปกระตุ้น.ห้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก

5. สารเยอร์มาเนียมมีในโสม ประมาณ 250-320 ppm แต่ในดอกเห็ดหลินจือมีมากถึง 800-2000 ppm แต่ในรากของเห็ดหลินจือกลับมีสารเยอร์มาเนียมมากกว่าในดอก ถึง 4 เท่า ส่รเยอร์มาเนียมมีคุณสมบัติเข้าไปช่วยเพิ่มออกซิเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ หากเมื่อไหร่ที่กล้ามเนื้อของเราขาดออกซินเจนก็สามารถนำมาใช้ได้จากเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีอีกด้วย ช่วยบำรุงประสาท ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคี้มกันให้มีความแข็งแรงขึ้น

6. สารอาดีโนซีน จะช่วยขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายออกไปให้หมด ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือแดง และยังช่วยสร้างความสมดุลให้กับร่างกายอีกด้วย

7. นอกจาการดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็ดหลินจือยังมีสารจำเป็น อีกมากมาย เช่น กรดโอเอลิก อัลคาร์ลอยด์ สารกาโนเดอริก และยังมีกรดอะมิโมจำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน

ดังนั้นการทานเห็ดหลินจือจึงสามารถรักษาโรคไตได้ รวมทั้งยังสามารถป้องกันให้ร่างกายไม่ง่ายต่อการเกิดโรคไตด้วย

แหล่งที่มา

www.alternativecomplete.com

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *